ราคาบอล 1.5 คืออะไร เข้าใจบอลต่อลูกครึ่ง พร้อมวิธีคิดผลทีมต่อและทีมรอง
ราคาบอล 1.5 เป็นอัตราต่อรองแบบหนึ่งลูกครึ่ง ที่ใช้ผลต่างประตูเป็นเกณฑ์ตัดสินผลการเดิมพัน โดยฝั่งทีมต่อจะอยู่ที่ -1.5 และต้องชนะด้วยผลต่างอย่างน้อย 2 ประตูจึงจะได้เต็ม ส่วนทีมรอง +1.5 สามารถแพ้เพียง 1 ประตู เสมอ หรือชนะได้และยังถือว่าผ่านราคา จุดสำคัญคือผู้เล่นไม่ควรดูเพียงว่าทีมใดชนะการแข่งขัน แต่ต้องพิจารณาว่าชนะหรือแพ้ด้วยผลต่างกี่ประตู อย่างเช่น ทีมต่อชนะ 2-0 ถือว่าผ่านราคา แต่ถ้าชนะ 2-1 จะไม่ผ่าน เพราะผลต่างมีเพียง 1 ลูก เมื่อเข้าใจหลักนี้ช่วยให้คำนวณผลของราคาลูกครึ่งได้ง่ายมากขึ้น และลดความสับสนเมื่อต้องอ่านราคาก่อนเลือกทีมต่อหรือทีมรอง
ราคาบอล 1.5 คืออะไร ทำความเข้าใจความหมายของราคาหนึ่งลูกครึ่ง
ราคาบอล 1.5 หรือราคาหนึ่งลูกครึ่ง เป็นรูปแบบเอเชียแฮนดิแคป ที่กำหนดแต้มต่อระหว่างสองทีม เพื่อใช้คำนวณผลเดิมพัน ทีมที่มีเครื่องหมาย -1.5 คือทีมต่อ ส่วนทีมที่อยู่ฝั่ง +1.5 คือทีมรอง ความหมายของตัวเลข 1.5 ไม่ได้หมายถึงทีมต้องยิงให้ได้หนึ่งลูกครึ่ง แต่หมายถึงแต้มต่อสมมติที่นำไปเปรียบเทียบกับผลต่างประตูหลังจบการแข่งขัน ตัวอย่างเช่น หากทีมต่อชนะ 3-1 จะมีผลต่าง 2 ประตู จึงผ่านราคา -1.5 แต่ถ้าชนะ 2-1 ผลต่างมีเพียง 1 ประตูและไม่ผ่านราคา ผู้ที่ศึกษาราคาบอลผ่านเว็บแทงบอลออนไลน์ UFA888 จึงควรเข้าใจหลักผลต่างประตูก่อนลงเล่น เพราะเป็นพื้นฐานสำคัญในการอ่านราคาได้อย่างถูกต้อง
ราคาบอล 1.5 ดูอย่างไร แยกทีมต่อ -1.5 และทีมรอง +1.5 ให้ถูกต้อง
วิธีดูราคาบอล 1.5 ให้เริ่มจากสังเกตเครื่องหมายที่อยู่หน้าตัวเลข หากเห็นทีม A -1.5 หมายความว่าทีม A เป็นทีมต่อและต้องชนะห่างอย่างน้อย 2 ประตู ส่วนทีม B +1.5 คือทีมรองที่ได้รับแต้มต่อหนึ่งลูกครึ่ง ตัวอย่างเช่น ทีม A ต่อ -1.5 พบทีม B รอง +1.5 หากผลจบ 2-0 ฝั่งทีมต่อผ่านราคา แต่ถ้าจบ 1-0 หรือ 2-1 ฝั่งทีมรองจะเป็นฝ่ายผ่านราคา เพราะแพ้จริงเพียงหนึ่งประตู หลักนี้ใช้เหมือนกันไม่ว่าคู่แข่งขันจะเป็นทีมใหญ่หรือทีมเล็ก ผู้ที่ต้องการ แทงบอลออนไลน์ จึงควรแยกให้ชัดระหว่างผลการแข่งขันจริงกับผลหลังนำแต้มต่อมาคำนวณ เพื่อไม่ให้เลือกฝั่งจากชื่อทีมเพียงอย่างเดียว
ราคาบอล 1.5 ต้องยิงกี่ลูกถึงได้เต็ม เข้าใจเงื่อนไขจากผลต่างประตู
ราคาบอล 1.5 ฝั่งทีมต่อจะได้เต็มเมื่อชนะด้วยผลต่างอย่างน้อย 2 ประตู สิ่งที่ต้องดูจึงไม่ใช่จำนวนประตูที่ทีมต่อยิงได้ทั้งหมด แต่เป็นระยะห่างของสกอร์ระหว่างสองทีม อย่างเช่น ชนะ 2-0, 3-1 หรือ 4-2 ล้วนมีผลต่าง 2 ประตูและผ่านราคา -1.5 เหมือนกัน ขณะที่ผล 1-0, 2-1 หรือ 3-2 แม้ทีมต่อจะชนะการแข่งขัน แต่มีผลต่างเพียง 1 ประตู จึงไม่ผ่านเงื่อนไข ส่วนฝั่งรอง +1.5 จะได้เต็มเมื่อชนะ เสมอ หรือแพ้ไม่เกินหนึ่งประตู สูตรจำที่ง่ายที่สุดคือ ต่อ 1.5 ต้องชนะห่าง 2 ส่วนรอง 1.5 แพ้ได้ 1 ซึ่งใช้ตรวจผลได้กับทุกสกอร์
ตารางราคาบอล 1.5 สรุปผลได้เสียของทีมต่อและทีมรองแบบเข้าใจง่าย
วิธีดูผลราคาบอล 1.5 สามารถใช้ผลต่างประตูเป็นตัวช่วยตัดสินได้ทันที โดยไม่จำเป็นต้องจำสกอร์เป็นรายคู่ หากทีมต่อชนะตั้งแต่ 2 ประตูขึ้นไป ฝั่งต่อจะได้เต็ม แต่ถ้าชนะเพียงหนึ่งประตู เสมอ หรือแพ้ ฝั่งรอง +1.5 จะเป็นฝ่ายผ่านราคา ตารางต่อไปนี้ช่วยให้เห็นภาพได้ชัดขึ้น
| ผลการแข่งขัน | ต่อ -1.5 | รอง +1.5 |
|---|---|---|
| ทีมต่อชนะห่าง 3 ลูกขึ้นไป | ได้เต็ม | เสียเต็ม |
| ทีมต่อชนะห่าง 2 ลูก | ได้เต็ม | เสียเต็ม |
| ทีมต่อชนะห่าง 1 ลูก | เสียเต็ม | ได้เต็ม |
| เสมอ | เสียเต็ม | ได้เต็ม |
| ทีมต่อแพ้ | เสียเต็ม | ได้เต็ม |
วิธีใช้ตารางลักษณะนี้ช่วยให้ตรวจผลได้รวดเร็ว เพราะราคาหนึ่งลูกครึ่งไม่มีกรณีได้ครึ่ง เสียครึ่ง หรือคืนทุน จุดตัดของราคาอยู่ที่ผลต่าง 1 กับ 2 ประตู หากจำได้ว่าทีมต่อจำเป็นต้องชนะห่างตั้งแต่ 2 ลูกขึ้นไป ส่วนทีมรองแพ้ได้หนึ่งลูก จะทำให้การอ่านผลของราคา 1.5 จะตรงไปตรงมามากขึ้น
ต่อ 1.5 ชนะ 1 ลูกกับชนะ 2 ลูก ทำไมผลเดิมพันจึงต่างกัน
ความแตกต่างระหว่างการชนะ 1 ลูกกับชนะ 2 ลูกเกิดจากเส้นต่อที่กำหนดไว้ที่ 1.5 หากทีมต่อชนะเพียงหนึ่งประตู อย่างเช่น 1-0, 2-1 หรือ 3-2 ผลต่างยังต่ำกว่า 1.5 จึงถือว่าไม่ผ่านราคา แม้ทีมต่อจะเป็นผู้ชนะการแข่งขันจริงก็ตาม แต่หากชนะ 2-0, 3-1 หรือ 4-2 ผลต่างเพิ่มเป็น 2 ประตู ซึ่งมากกว่าเส้น 1.5 จึงได้เต็ม หลักคิดนี้ทำให้เห็นว่าการอ่านราคาลูกครึ่ง ไม่ควรพิจารณาแค่ผลแพ้ชนะ แต่ต้องดูระยะห่างของสกอร์เป็นหลัก วิธีที่ง่ายที่สุดคือเปรียบเทียบว่าผลต่างถึง 2 ลูกหรือยัง หากถึง ฝั่งต่อผ่านราคา หากยังอยู่ที่หนึ่งลูก ฝั่งรอง +1.5 จะเป็นฝ่ายได้เต็ม
รอง 1.5 แพ้หนึ่งลูกยังได้เต็ม แต่แพ้สองลูกทำไมถึงเสียเต็ม
รอง 1.5 หรือ +1.5 มีเงื่อนไขว่าทีมรองสามารถแพ้ด้วยผลต่าง 1 ประตูและยังได้เต็ม เพราะมีแต้มต่อหนึ่งลูกครึ่งช่วยอยู่ อย่างเช่น แพ้ 0-1, 1-2 หรือ 2-3 ทุกสกอร์มีผลต่างเพียงหนึ่งลูก จึงยังผ่านราคา แต่เมื่อแพ้ห่างตั้งแต่ 2 ประตู อย่างเช่น 0-2, 1-3 หรือ 2-4 ผลต่างจะมากกว่าแต้มต่อ 1.5 ทำให้ฝั่งรองเสียเต็ม หากการแข่งขันจบเสมอ 0-0, 1-1 หรือทีมรองเป็นฝ่ายชนะ ฝั่งรองก็ได้เต็มเช่นกัน วิธีอ่านที่ไม่ซับซ้อนคือดูผลต่างประตูหลังจบเกม หากทีมรองแพ้ไม่เกินหนึ่งลูกยังผ่านราคา แต่ถ้าแพ้สองลูกขึ้นไปจะไม่ผ่านเงื่อนไขของรอง +1.5
ราคาบอล 1.5 มีได้ครึ่ง เสียครึ่ง หรือคืนทุนหรือไม่
ราคาบอล 1.5 ไม่มีผลแบบได้ครึ่ง เสียครึ่ง หรือคืนทุน เพราะเป็นราคาเต็มที่มีครึ่งลูกอยู่ในตัวเลข ผลต่างประตูหลังจบการแข่งขันจะเป็นจำนวนเต็ม อย่างเช่น 0, 1, 2 หรือ 3 ลูก จึงไม่มีทางจบตรงกับเส้น 1.5 พอดี ผลเดิมพันจึงแบ่งเป็นได้เต็มหรือเสียเต็ม ต่างจากราคา 1.25 ซึ่งแบ่งเงินเดิมพันระหว่างราคา 1 และ 1.5 ทำให้เกิดผลได้หรือเสียครึ่งได้ เช่นเดียวกับราคา 1.75 ที่แบ่งระหว่าง 1.5 และ 2 ส่วนในราคาที่มีจำนวนเต็มอย่าง 1 หรือ 2 สามารถเกิดการคืนทุนได้เมื่อผลต่างประตูเท่ากับแต้มต่อพอดี วิธีแยกโครงสร้างของราคาเหล่านี้ จะช่วยป้องกันการนำวิธีคิดของราคาควบมาใช้กับราคา 1.5 ผิดประเภท
ทำไมบางคู่เปิดราคาบอล 1.5 และราคาลูกครึ่งบอกอะไรเกี่ยวกับความห่างของสองทีม
ในการเปิดราคาบอล 1.5 มักเกิดขึ้นเมื่อทีมหนึ่งถูกประเมินว่ามีความได้เปรียบเหนือคู่แข่งค่อนข้างชัด จึงกำหนดให้ทีมที่เหนือกว่าเป็นฝ่ายต่อหนึ่งลูกครึ่ง เพื่อให้การเลือกฝั่งไม่ได้วัดเพียงว่าจะชนะหรือไม่ แต่ต้องพิจารณาถึงโอกาสชนะขาดด้วย ความห่างของสองทีมอาจพิจารณาจากคุณภาพผู้เล่น ผลงานช่วงล่าสุด ประสิทธิภาพเกมรุก ความแข็งแกร่งของเกมรับ ผลงานเหย้าและเยือน รวมถึงความพร้อมก่อนแข่งขัน แต่ราคา 1.5 ไม่ได้หมายความว่าทีมต่อจะชนะสองประตูแน่นอน แต่เป็นระดับแต้มต่อที่สะท้อนความแตกต่างของคู่แข่งขันในช่วงเวลาที่กำหนด ผู้เล่นจึงควรวิเคราะห์ว่าทีมต่อมีศักยภาพสร้างผลต่างตั้งแต่ 2 ประตูจริงหรือไม่ ก่อนตัดสินใจเลือกฝั่ง
วิเคราะห์ราคาบอล 1.5 ต้องดูอะไรบ้างก่อนเลือกเล่นทีมต่อหรือทีมรอง
วิธีวิเคราะห์ราคาบอล 1.5 ควรมองลึกกว่าสถิติแพ้ชนะ เพราะเงื่อนไขสำคัญอยู่ที่ผลต่างประตู ทีมต่ออาจชนะบ่อยแต่ชนะเพียงหนึ่งลูก ขณะที่ทีมรองอาจแพ้หลายครั้งแต่ส่วนใหญ่แพ้แบบเฉือน วิธีตรวจข้อมูลที่เกี่ยวข้องจะช่วยให้เห็นโอกาสของทั้งสองฝั่งชัดขึ้นก่อนเลือกต่อ -1.5 หรือรอง +1.5
- สถิติชนะขาดของทีมต่อ ตรวจจำนวนเกมที่ชนะด้วยผลต่างตั้งแต่ 2 ประตูขึ้นไป
- สถิติแพ้ขาดของทีมรอง ดูว่าทีมรองแพ้ห่างตั้งแต่ 2 ลูกบ่อยเพียงใด
- ประสิทธิภาพเกมรุก พิจารณาจำนวนประตู โอกาสทำประตู และความสม่ำเสมอในการจบสกอร์
- คุณภาพเกมรับ ตรวจจำนวนประตูที่เสียและความสามารถในการรักษาระยะห่างของสกอร์
- ผลงานเหย้าและเยือน บางทีมมีผลงานแตกต่างกันมากเมื่อเปลี่ยนสถานที่แข่งขัน
- ความพร้อมของผู้เล่น เช็กตัวจริง ผู้เล่นบาดเจ็บ โทษแบน และการพักนักเตะ
- โปรแกรมและแรงจูงใจ พิจารณาความถี่ของโปรแกรม รวมถึงความสำคัญของเกมต่อเป้าหมายของทีม
ข้อมูลแต่ละด้านควรนำมาพิจารณาร่วมกัน โดยเฉพาะสถิติผลต่างประตูซึ่งสัมพันธ์กับราคา 1.5 โดยตรง แทนที่จะถามเพียงว่าทีมต่อมีโอกาสชนะหรือไม่ ควรถามว่ามีโอกาสชนะห่างถึง 2 ลูกหรือไม่ ส่วนฝั่งรองควรประเมินว่าสามารถรักษาสกอร์ให้แพ้ไม่เกินหนึ่งลูกได้มากน้อยเพียงใด
ราคาไหลจาก 1.25 เป็น 1.5 หมายความว่าอะไร และควรดูข้อมูลอะไรประกอบ
ราคาไหลจาก 1.25 เป็น 1.5 หมายถึงแต้มต่อของฝั่งต่อขยับจากลูกควบลูกครึ่ง ขึ้นมาเป็นลูกครึ่งเต็ม ทำให้เงื่อนไขของผู้เลือกทีมต่อเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน เพราะหากทีมต่อชนะเพียงหนึ่งลูก ที่ราคา 1.25 จะเสียครึ่ง แต่เมื่อขยับเป็น 1.5 จะกลายเป็นเสียเต็ม เมื่อเห็นราคาเปลี่ยนจึงควรย้อนดูทั้งราคาเปิด ช่วงเวลาที่ขยับ และค่าน้ำก่อนนำไปตีความ
- เปรียบเทียบราคาเปิดกับราคาปัจจุบัน ดูว่าราคาเริ่มต้นอยู่ที่ระดับใดและขยับขึ้นหรือลงจากเดิมมากน้อยแค่ไหน
- ตรวจช่วงเวลาที่ราคาเปลี่ยน สังเกตว่าราคาขยับตั้งแต่ช่วงเปิดราคา ใกล้เวลาแข่งขัน หรือหลังมีข้อมูลสำคัญของทีม
- ดูค่าน้ำก่อนและหลังการขยับ เปรียบเทียบค่าน้ำของทีมต่อและทีมรอง เพื่อดูว่าตัวเลขเปลี่ยนไปในทิศทางใด
- ตรวจความพร้อมของผู้เล่น เช็กข่าวบาดเจ็บ โทษแบน และรายชื่อตัวจริง เพราะการขาดผู้เล่นสำคัญอาจสัมพันธ์กับการเปลี่ยนแปลงของราคา
- พิจารณาฟอร์มเหย้าและเยือน ดูผลงานล่าสุดควบคู่กับสถิติในบ้านและนอกบ้าน เพื่อประเมินความแตกต่างของทั้งสองทีม
- แยกค่าน้ำกับราคาแฮนดิแคปให้ชัด ตรวจว่าเปลี่ยนเฉพาะค่าน้ำ หรือ Handicap ขยับจาก 1.25 เป็น 1.5 เพราะทั้งสองกรณีมีความหมายและเงื่อนไขต่างกัน
สำหรับการขยับจาก 1.25 ไป 1.5 ทำให้ฝั่งต่อรับเงื่อนไขที่เข้มขึ้น แต่ไม่ได้ยืนยันว่าทีมต่อจะชนะห่างสองประตู วิธีอ่านราคาไหลให้มีเหตุผล จึงต้องพิจารณาที่มาของการเปลี่ยนแปลง และข้อมูลของคู่แข่งขันในช่วงเวลาเดียวกัน ไม่ควรเห็นตัวเลขขยับแล้วใช้เป็นเหตุผลเพียงอย่างเดียวในการเลือกทีม
ราคาบอล 1.5 กับค่าน้ำต่างกันอย่างไร และทำไมต้องดูควบคู่กัน
ราคาบอล 1.5 กับค่าน้ำทำหน้าที่ต่างกัน โดย 1.5 คือแต้มต่อที่กำหนดเงื่อนไขการตัดสินผล ส่วนค่าน้ำคืออัตราที่ใช้คำนวณผลตอบแทนจากเงินเดิมพัน อย่างเช่น ทีม A ต่อ -1.5 ค่าน้ำ 0.90 หมายความว่าทีม A ต้องชนะห่างอย่างน้อย 2 ประตูจึงผ่านราคา และหากเดิมพัน 1,000 บาทในรูปแบบค่าน้ำดังกล่าว เมื่อชนะจะมีกำไร 900 บาท ตัวเลข 1.5 จึงใช้ตอบคำถามว่าต้องชนะห่างเท่าไร ขณะที่ค่าน้ำใช้ตอบว่าหากผ่านราคาแล้วได้รับผลตอบแทนเท่าไร วิธีการอ่านทั้ง 2 ส่วนควบคู่กันช่วยให้เห็นทั้งเงื่อนไขของฝั่งที่เลือก และผลตอบแทนที่ได้รับ ไม่ควรพิจารณาเฉพาะแต้มต่อ หรือค่าน้ำเพียงตัวใดตัวหนึ่ง
ข้อผิดพลาดในการอ่านราคาบอล 1.5 ที่มือใหม่มักเข้าใจผิด
วิธีอ่านราคาบอล 1.5 ดูไม่ซับซ้อนเมื่อเข้าใจเรื่องผลต่างประตู แต่ผู้เริ่มต้นมักสับสนระหว่างผลการแข่งขันจริงกับผลตามแต้มต่อ รวมถึงนำวิธีคิดของราคาอื่นมาใช้กับ 1.5 ความผิดพลาดเพียงจุดเดียวอาจทำให้ประเมินทีมต่อ และทีมรองคลาดเคลื่อน จึงควรแยกหลักของราคาลูกครึ่งให้ชัดก่อนนำไปใช้
- คิดว่าทีมต่อชนะก็ได้เต็ม ต่อ -1.5 ต้องชนะห่างอย่างน้อย 2 ประตู ชนะเพียงหนึ่งลูกยังเสียเต็ม
- ดูจำนวนประตูแทนผลต่างประตู ชนะ 3-2 แม้ยิงได้ 3 ลูก แต่ห่างเพียงหนึ่งลูกจึงไม่ผ่าน -1.5
- คิดว่าราคา 1.5 มีคืนทุน ผลต่างประตูไม่สามารถจบตรง 1.5 ได้ ราคานี้จึงไม่มีผลเสมอราคา
- สับสน 1.5 กับ 1.25 ราคา 1.25 มีการแบ่งเดิมพันและเกิดผลครึ่งได้ ขณะที่ 1.5 มีเพียงได้เต็มหรือเสียเต็ม
- คิดว่ารอง +1.5 ต้องชนะเกม ทีมรองสามารถเสมอหรือแพ้หนึ่งลูกและยังผ่านราคาได้
- มองชื่อชั้นทีมมากกว่าผลต่าง ทีมที่แข็งแกร่งอาจชนะบ่อย แต่ไม่ได้หมายความว่าจะชนะห่าง 2 ลูกเป็นประจำ
วิธีลดความผิดพลาดคือเริ่มจากแยกให้ได้ว่าฝั่งใดต่อ -1.5 และฝั่งใดรอง +1.5 แล้วตรวจผลต่างประตูเป็นอันดับแรก หากทีมต่อชนะห่างตั้งแต่สองลูกจึงผ่านราคา ส่วนทีมรองต้องรักษาผลต่างไม่ให้แพ้เกินหนึ่งลูก หลักการแบบนี้จะช่วยให้ตรวจผลได้โดยไม่ต้องจำเงื่อนไขหลายแบบพร้อมกัน
วิธีจำราคาบอล 1.5 ให้เข้าใจง่ายโดยไม่ต้องท่องทุกผลการแข่งขัน
วิธีจำราคาบอล 1.5 ที่ง่ายคือเลิกท่องว่าสกอร์ 1-0, 2-1, 3-1 หรือ 4-2 ให้ผลอย่างไร แล้วเปลี่ยนมาดูเฉพาะผลต่างประตู สูตรสั้นๆ คือ ต่อ 1.5 ชนะห่าง 2 รอง +1.5 แพ้ได้ 1 อย่างเช่น 1-0, 2-1 และ 3-2 มีผลต่างเท่ากับหนึ่งทั้งหมด ฝั่งต่อจึงเสียเต็มและฝั่งรองได้เต็ม ส่วน 2-0, 3-1 และ 4-2 มีผลต่างสองประตู ฝั่งต่อจึงได้เต็ม หากเกมจบเสมอหรือทีมรองเป็นฝ่ายชนะ ก็ถือว่าฝั่งรองผ่านราคา เมื่อเข้าใจหลักนี้แล้วไม่ว่าจะเจอสกอร์แบบใด เพียงลบจำนวนประตูของสองทีมเพื่อหาผลต่าง ก็สามารถตรวจผลของราคา 1.5 ได้ทันที
สรุปราคาบอล 1.5 ก่อนเลือกเล่นทีมต่อหรือทีมรอง
ราคาบอล 1.5 ควรวิเคราะห์จากผลต่างประตูมากกว่ามองเพียงว่าทีมใดมีโอกาสชนะ เพราะทีมต่อ -1.5 ต้องชนะห่างอย่างน้อย 2 ประตูจึงได้เต็ม ขณะที่ทีมรอง +1.5 สามารถแพ้หนึ่งลูก เสมอ หรือชนะและยังผ่านราคาได้ ราคานี้ไม่มีได้ครึ่ง เสียครึ่ง หรือคืนทุน จึงมีเงื่อนไขชัดกว่าราคาควบอย่าง 1.25 และ 1.75 ก่อนเลือกฝั่งควรพิจารณาสถิติชนะขาดของทีมต่อ สถิติแพ้ขาดของทีมรอง ประสิทธิภาพเกมรุก เกมรับ ผลงานเหย้า-เยือน และความพร้อมของผู้เล่นร่วมกัน หากทีมต่อชนะบ่อยแต่ส่วนใหญ่เฉือนเพียงหนึ่งประตู เงื่อนไข -1.5 ก็ยังต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ ราคาบอล 1.5
ราคา 1.5 หมายถึงหนึ่งลูกครึ่ง โดยทีมต่ออยู่ที่ -1.5 และทีมรองอยู่ที่ +1.5
ทีมต่อต้องชนะด้วยผลต่างอย่างน้อย 2 ประตู เช่น 2-0, 3-1 หรือ 4-2
เสียเต็ม เพราะทีมต่อชนะห่างเพียงหนึ่งประตู ซึ่งยังไม่ผ่านแต้มต่อ 1.5
ได้เต็ม เช่น แพ้ 0-1 หรือ 1-2 เพราะผลต่างอยู่ที่หนึ่งประตู
เสียเต็ม เพราะผลต่างตั้งแต่ 2 ประตูขึ้นไปเกินแต้มต่อที่ได้รับ
ไม่มี เพราะผลต่างประตูเป็นจำนวนเต็ม จึงไม่สามารถจบตรงกับแต้มต่อ 1.5 พอดี
ไม่มี ราคา 1.5 มีผลได้เต็มหรือเสียเต็ม ต่างจากราคาควบอย่าง 1.25 และ 1.75
จุดต่างที่เห็นง่ายคือเมื่อทีมต่อชนะหนึ่งลูก ราคา 1.25 จะเสียครึ่ง แต่ราคา 1.5 จะเสียเต็ม